วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ด่วน! ชาวบ้านวัดจันทร์ใน กทม. รวมตัวประมาณ 100 คน คัดค้านคำสั่ง เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร แต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดจันทร์ในรูปใหม่ ชี้คุณสมบัติไม่เหมาะสมมาปกครองวัดจันทร์ใน และขอให้ตรวจสอบพระสองรูปที่ทุจริต เงินงานศพกว่าล้านบาท

วันนี้ (19 มิ.ย.64) เวลา 13.00 น. ที่วัดหัวลำโพง มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 100 คนรวมตัวกันประท้วงอยู่ภายในวัดหัวลำโพง กทม. เพื่อคัดค้านกรณีที่ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง จะมีคำสั่งแต่งตั้ง พระมหาวีรวงศ์ วีรว์โส  เป็นเจ้าอาวาสวัดจันทร์ใน

เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึง ปรากฏว่ากลุ่มชาวบ้านประมาณ 100 คนได้รวมตัวกันเดินทางไปยื่นหนังสือกับ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง   จึงได้ติดตามไปตรวจสอบ พบว่า พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง กำลังประชุมกับคณะสงฆ์อยู่ ก่อนที่จะอนุญาตให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าไปพบและยื่นหนังสือกับ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

จนกระทั่งหลังตัวแทน"ชาวบ้านวัดจันทร์ใน" แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.  เข้าพบแล้วยื่นหนังสือต่อ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร แล้วก็กลับออกมาเพื่อจะเดินทางไปยื่นหนังสือกับทาง  พระครูศรีวรานุกิจ เจ้าอาวาสวัดราชสิงขร  เจ้าคณะ​เขตบางคอแหลม และเจ้าคณะแขวง ต่อไป

ทั้งนี้ชาวบ้านวัดจันทร์ในยังได้เข้ายื่นหนังสือต่อพระครูสมุห์​วิจิตร อมโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดจันทร์​ใน​ เพื่อเรียกร้องให้ทำการตรวจสอบกรณีที่พระในวัด 2 รูปอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเกี่ยวกับเงินฌาปนกิจ(งานศพ)​ และยังไม่ได้นำเงินมาคืนหรือรับการลงโทษใดๆจากทางคณะสงฆ์​ ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งพระมหาวีร​วงศ์​เป็นเจ้าอาวาสวัดในครั้งนี้

ภายหลังจากที่  พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ได้รับหนังสือคัดค้านจาก "ชาวบ้านวัด​จันทร์ใน" พระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ก็ได้บอกกล่าวกับทาง "ชาวบ้านวัดจันทร์ใน" ที่ได้มายื่นหนังสือคัดค้าน ถึงขั้นตอนในการพิจารณาแต่งตั้งว่าในขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งแต่อย่างใด และอยู่ในช่วงระหว่างชุมนุมสงฆ์เพื่อพิจารณาจากคณะมหาเถระสมาคม และคณะสงฆ์ตามลำดับ ถึงคุณสมบัติและความเหมาะสม ของพระมหาวีรวงศ์ วีรว์โส ที่จะเข้ามาดำรงค์ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าอาวาสวัดจันทร์ใน ทั้งนี้ในการรับหนังสือในวันนี้ทาง พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง จะได้นำเอกสารและหลักฐานต่างๆไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเป็นข้อมูลในการหารือต่อคณะกรรมการเถระสมาคมพิจารณาถึงการแต่งตั้งพระรูปหนึ่งรูปใดที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมและไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเจ้าอาวาสวัดจันทร์ใน ต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ดร.เซปิง ร้องสภาทนายความฯให้เพิกถอนใบอนุญาตทนายประพฤติตนไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง.

วันที่ 17 มิ.ย.64 ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ ต่อสภาทนายความในพระบรมราชูปภัมภ์ เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนมรรยาททนายความ และให้พิจารณาลงโทษจำหน่ายชื่อลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตว่าความของนายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงโดยมีเจ้าหน้าที่ตัวแทนประธานกรรมการมรรยาททนายความรับเรื่องร้องเรียน

ดร.เซปิง กล่าวเปิดเผยว่า วันนี้ได้มาร้องที่สภาทนายความเนื่องจากนายภิญโญภัทร์ เคยไปออกรายการทีวีช่องหนึ่งในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และข้อหาลักขโมยเอกสารสำคัญ อันเป็นการกระทำอุกอาจต่อหน้าศาลในระหว่างมีการพิจารณาคดี และเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมานั้นนายภิญโญภัทร์นำเอาข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วโพสต์ข้อความเข้าไปในสำนักข่าวต่างๆในลักษณะที่บิดเบือนข้อเท็จจริง โหมกระพือข่าวเพื่อทำลายชื่อเสียง ดร.เซปิง อย่างมากมาย ซึ่งเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอมข้อมูล ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 

ซึ่งการกระทำของนายภิญโญภัทร์ไม่ทราบว่ามีอคติหรือจงเกลียดจงชัง ดร.เซปิง เพราะเหตุใดจึงต้องจ้องทำลายชื่อเสียงของดร.เซปิง ทุกวิถีทาง บางคดียอมกระทำผิดอาญาลักเอกสารสำคัญในบัลลังก์ขณะศาลกำลังพิจารณาคดีโดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้คดีที่ตนเป็นทนายความชนะคดี หรือกระทำไปเพื่อความสะใจกันแน่ หากเป็นเช่นนั้น นับว่าเป็นการกล้าเอาตัวเข้าเสี่ยงกระทำเกินกว่าบุคคลที่เป็นนักกฎหมายพึงกระทำ เพราะฉะนั้น ดร.เซปิง จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งฟ้องคดี มิให้ทนายความที่ดีส่วนใหญ่ต้องพลอยมัวหมองด่างพร้อยไปกับการกระทำของนายภิญโญภัทร์เพียงคนเดียวเท่านั้น 

นายภิญโญภัทร์ หาได้นำพาความรู้ที่ตนศึกษาเล่าเรียนอบรมมาปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความแต่อย่างใดไม่ แต่กลับประพฤติตนใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือเพื่อทำลาย ดร.เซปิง ทุกวิถีทาง นายภิญโญภัทร์กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเป็นอาจิณมีอคติกลั่นแกล้งกล่าวหาบิดเบือนข้อเท็จจริงฟ้องร้อง ดร.เซปิง เป็นคดีความและมักออกข่าวทำลายชื่อเสีย ดร.เซปิง อยู่เนืองๆ

และที่ ดร.เซปิง มาร้องเรียนต่อสภาทนายความเพื่อให้ดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีมรรยาททนายความพิจารณาลงโทษจำหน่ายชื่อลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความและขอให้เพิกถอนใบอนุญาตมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในทางที่ไม่ดีประพฤติตนไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง ดร.เซปิง เชื่อมั่นว่าองค์กรแห่งสภาทนายความ ย่อมต้องปกป้องรักษาคนดีและขจัดคนไม่ดีออกจากองค์กรของตนอย่างแน่นอน.

ครอบครัวสายบุญ !!ผอ.ฟ้า นำทีมคว้า 5 รางวัล ทำประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น Thai Awards ประจำปี2566

วันที่ 10 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (9เม.ย.) ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กทม. หม่...