วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ททท. ช่วยชุมชนท่องเที่ยว 60 แห่ง ผ่านโครงการ “Blogger the Series Live นี้เพื่อชุมชน”


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดการแข่งขัน Live Streaming นำเสนอสินค้าและบริการชุมชนท่องเที่ยวทั่วไทยผ่านโครงการ “Blogger the Series Live นี้เพื่อชุมชน” เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ ให้กับชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ไปยังนักชอปและนักท่องเที่ยว โดยบล็อกเกอร์ที่เข้าร่วมไลฟ์มีสิทธิ์ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 4 แสนบาท 

นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก พบว่า รายได้ของชุมชน ผู้ประกอบการลดลงถึง 95% เพราะนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบางแห่งต้องปิดตัวลง ชุมชนท่องเที่ยวขาดรายได้ สินค้าแปรรูปมีอัตราการซื้อลดลงถึง 65% เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นและเยียวยาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากสถานการณ์ดังกล่าว ททท. จึงใช้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยฟื้นฟู โดยคาดว่าโครงการนี้ จะทำให้ชุมชนและผู้ประกอบการจะมีช่องทางในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่ตนมีให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ผ่านบล็อกเกอร์ที่เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งถือเป็นช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการทั่วทุกภูมิภาคได้อีกด้วย ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทยตามเป้าหมายหลักของ ททท. และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายสินค้าและสร้างการรับรู้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

โครงการ “Blogger the Series Live นี้เพื่อชุมชน” จะเชิญชวนบล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ สายกินสายเที่ยว มาแข่งขัน Live Streaming เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการชุมชนท่องเที่ยว ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ผ่านช่องทาง Social Media ของตน ทั้งนี้ ชุมชนที่ร่วมโครงการฯ มีทั้งหมด 60 ชุมชน คัดเลือกจากชุมชนได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards)  ชุมชนที่ได้รับรางวัลสุดยอด 100 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว และชุมชน   Thailand Rural Tourism Awards 2020 จากทั่วประเทศ  อาทิ  ชุมชนท่องเที่ยวตำบลภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส  ชุมชนชนเผ่าไทกวนบ้านนาถ่อน จังหวัดนครพนม  ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว จังหวัดจันทบุรี  ชุมชนบ้านบึงไม้ จังหวัดสระบุรี  ชุมชนบ้านวังส้มซ่า จังหวัดพิษณุโลก  ทั้งนี้ โครงการฯ ดังกล่าวจะจัดแข่งขันในวันที่ 8 เดือน 8 เริ่มในเวลา 08.08 น. โดยตัดสินผู้ชนะจากยอดการเข้าถึง (Reach) ของ 1 การไลฟ์ที่ส่งเข้าแข่งขัน รางวัลแบ่งเป็น 33 รางวัลมูลค่ากว่า 400,000 บาท ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 1 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท  และรางวัลชมเชยจำนวน 30 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 4 สิงหาคม 2564 โดยกรอกใบสมัครได้ที่ https://forms.gle/55VeVjTtjB44UMXn7 หรือสอบถามรายละเอียดโครงการและกิจกรรมเพิ่มเติมที่เพจเฟซบุ๊กโครงการ : TheLocallicious 

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ด่วน! ศาลฯมีคำสั่งคุ้มครอง พล.ต.อ.วิระชัยฯ ที่ถูกสำรองราชการให้กลับไปดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร.


วันที่ 15 ก.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง สำรองราชการ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และถูกร้องทุกข์ดำเนินคดี กรณีถูกกล่าวหา ดักฟัง เผยแพร่ข้อมูลการสนทนา ระหว่าง พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กับ พลตำรวจ เอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. (ในขณะนั้น) เป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ต้นปี 2563 จากกรณีที่ คนร้ายยิงรถ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ9) และต่อมา พลตำรวจเอก วิระชัย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งสำรองราชการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ก.ค.64 ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางมีคำสั่ง เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ บ. 438/2563 ศาลปกครองกลาง ระหว่าง พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคําสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีที่ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ชัยจินดา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ให้ พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ นั้น ต่อมาหลังจากที่ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้ออกคำสั่งให้ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น สำรองราชการ แล้วพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการคัดเลือกข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติและ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เพื่อให้ความเห็นชอบดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามนัยมาตรา 51 (1) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547 แทน พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 และ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ซึ่งต่อมาได้ออกอากาศในรายการเนชั่นทันข่าว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 ว่า เมื่อพลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ได้รับคำสั่งให้สำรองราชการ แล้วพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา จะไม่สามารถเสนอชื่อ พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน พลตำรวจเอก จักรทิพย์ชัยจินดา ได้เพราะ พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ถูกสำรองราชการอยู่

ดังนั้น จากเหตุผลที่ได้วินิจฉัยมาตามลำดับ จึงเห็นว่า พฤติการณ์ของ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องดังกล่าวข้างต้น จึงถือว่า พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางการปกครองไม่เป็นกลาง โดยสภาพภายในตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ 2539 และกรณีที่ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ชัยจินดา ออกคำสั่งให้พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการนี้ไม่ใช่กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิของบุคคลโดยไม่มีทางแก้ไข การสั่งให้ พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ จึงไม่อยู่ในข้อยกเว้นของ มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ 2539การที่ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ออกคำสั่งให้ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีผลทำให้ประกาศของนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจ (พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดี) พ้นจากตำแหน่ง น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย 

กรณีจึงมีเหตุอันสมควรที่จะทุเลาการบังคับตามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่สั่งให้พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ตามข้อ 72 วรรคสามแห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 จึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่สั่งให้พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ และประกาศของนายกรัฐมนตรี ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ให้พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นซึ่งผลของคำสั่งศาลปกครองกลางทำให้พลตํารวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา กลับมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิมนับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ออกคำสั่งสำรองราชการ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา เสมือนว่าไม่เคยมีคำสั่งสำรองราชการ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา มาก่อนแต่อย่างใด และเสมือนว่าไม่เคยมีประกาศสำนัก นายกมนตรี ที่ให้ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาก่อนแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในพรุ่งนี้(16 ก.ค.64) พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเวลา 08.30 น.และเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิม

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบอุปกรณ์การเรียน หน้ากากอนามัย และข้าวสารอาหารแห้งให้กับวัดและสำนักสงฆ์.


 เมื่อวันที่ 4 ..2564 นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา  ประธานที่ปรึกษา  มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นางสาวอนัญญา กรีธาพล รองกรรมการผู้จัดการบริษัทคอมมิวนิเคขั่น แอนด์ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน)บริสุทธิ์ และ ดรพัชรางสุ์ ชัยวรมุขกุล อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิ หัวใจบริสุทธิ์  ร่วมมอบอุปกรณ์เครื่องเขียน ของเล่นเด็ก และหน้ากากอนามัย แด่หลวงพ่อประทวน จารุธัมโม เจ้าอาวาสวัดสบกเขียว .ศรีนาวา .เมือง .นครนายก


 เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้เดือดร้อนต่อไป นอกจากนี้ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ยังได้ร่วมมอบข้าวสารอาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับศูนย์ปฎิบัติธรรม วิริยะธรรมโม เขตนิมิตรใหม่ กทม ด้วย

ทั้งนี้ฯ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ตระหนักและพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม ประชาชนและศาสนา ตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ทุกผ่านส่วน ได้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน.


ครอบครัวสายบุญ !!ผอ.ฟ้า นำทีมคว้า 5 รางวัล ทำประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น Thai Awards ประจำปี2566

วันที่ 10 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (9เม.ย.) ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กทม. หม่...